ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.zegrain.co.th

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to zegrain.co.th

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : ทานซีเกรนไม่หมดซองอยากจะอาเจียร
ผู้ตั้งคำถาม : พรปวีณ์ ศิริรัตน์ โพสต์เมื่อ 6/16/2005 : 12:12:03 PM
ทานซีเกรนยังไม่หมดซอง แล้วมันเหมือนกับอยากจะอาเจียร จริง ๆ แล้วอยากทานให้หมดทั้งซอง พอทานไปครึ่งซองแล้วทานไม่ลง ทำอย่างไรถึงไม่ให้เกิดอาการแบบนี้

ขอถามอีกหัวข้อ คือ โคเลสเตรอล 252 (ปกติ 220) , HDL- Chol 46, LDL-Chol 183 (เกินกว่าปกติ) อยากทราบว่าตัว LDL-Chol คืออะไรเกี่ยวกับโคเลสเตอรอลหรือเปล่า
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐศักย์ โพสต์เมื่อ 6/16/2005 : 8:40:15 PM
ทานซีเกรนแล้วอยากอาเจียรเป็นเพราะคุณพรปวีณ์เป็นคนไม่ชอบอาหารประเภทนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงเกิดความรู้สึกต่อต้านในใจ เหมือนกับถูกบังคับให้ทานในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบทั้งๆที่ทราบว่าทานแล้วสุขภาพจะดี
ทางแก้ไข:
1. เปลี่ยนเป็นชงกับนมเปรี้ยวแช่เย็น หรือ
2. ชงกับน้ำผลไม้ที่คั้นเองแช่เย็นก็อาจจะยอมรับได้มากขึ้น
บางคนที่ผมเคยให้คำปรึกษาสุขภาพบอกว่าโจ๊กก็ทานไม่ได้ อาหารเละๆพวกซุ๊บ
ทานแล้วจะอาเจียร อย่างนี้ผมไม่ทราบว่าจะช่วยอย่างไรเพราะท่านยึดติดอาหารบางชนิดมากจนอาจแก้ไขไม่ได้ แต่บางท่านก็พยายามฝึกจนทานได้ดีเพราะรู้ว่าซีเกรนดีต่อสุขภาพจริงๆ
ระดับคอเลสเตอร์รอลปกติต้องไม่เกิน 200 mg% LDL ต้องไม่เกิน 150 mg% ส่วน HDL ยิ่งสูงยิ่งดี ของคุณอยู่ในระดับ 46 mg% ถือว่าดีครับ
LDL คือ คอเลสเตอร์รอลชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่นำพาไขมันชนิดต่างๆเดินทางไปตามกระแสเลือดเพื่อไปทำหน้าที่ตามชนิดของไขมันนั้นๆ เช่น คอเลสเตอร์รอลใช้สร้างน้ำย่อย สร้างฮอร์โมน ช่วยการทำงานของระบบประสาท เป็นต้น ส่วนไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นมีสะสมอยู่ใต้ผิวหนัง ช่วยซับแรงปะทะเมื่อเราไปชนโน่นชนนี่ ทั้งคอเลสเตอร์รอลและไตรกลีเซอร์ไรด์สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเพื่อใช้เป็นพลังงานให้กับร่างกาย ส่วนเกินของไขมันเหล่านี้เรียกว่าไขมันขยะ ร่างกายจะทำหน้าที่ขับทิ้งโดยตับต่อไป...ขอขอบคุณ