ความรู้โภชนาการรักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง  
 

พบกับโฉมใหม่ของข้อมูลสุขภาพที่จะนำท่านเข้าสู่การบำบัดโรคด้วยตนเอง ตามแผนโภชนาการของเรา ที่ www.myZegrain.com

โรคมะเร็ง ทุกระยะ โรคเบาหวาน เรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไขมันสูง โรคความดันสูง น้ำหนักตัวเกิน(โรคอ้วน) โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคตับชนิดต่างๆ โรคไต โรคไทรอยด์ ฯลฯ รวมทั้งโรคแห่งความเสื่อมอีกหลาย 10 โรค

go to myZegrain.com

 
 
 
 
ชื่อคำถาม : การฝึกกรรมฐาน+ซีเกรน
ผู้ตั้งคำถาม : ซีเกรนที่1 โพสต์เมื่อ 16/5/2009 : 10:35:50
การรักษาอารมณ์ให้เบาสบายจนมีความสุขด้วยการฝึกกรรมฐานอย่างถูกจริตและถูกวิธี อยากให้อาจารย์แนะนำรายละเอียดเพิ่มให้ครับ เพราะทานซีเกรนมานานพอสมควรแล้วสุขภาพทั่วไปดีขึ้นแต่ยังทำใจเรื่องงานต่างๆที่เข้ามาทำให้เครียดไม่ได้สักที ถ้าไม่มีซีเกรนคิดว่าน่าจะแย่เลยอยากให้อาจารย์แนะนำรายละเอียดแทนการโทรได้ไหมครับ(หลัวอ่านแล้วไม่เข้าใจจุดไหมค่อยโทรถามภายหลังครับ)
 
 
 
 
 
ผู้ตอบคำถาม : ณัฐวัฒน์ โพสต์เมื่อ 16/5/2009 : 20:12:55
การรักษาอารมณ์ก็คือการรักษาความสุขให้คงอยู่

ต้องมาทำความเข้าใจกับคำว่า "ความสุข" ก่อนว่าคืออะไร? คนทั่วไปเอาความสุขมาปนกับความพอใจ ได้ดังใจ สมหวังในเรื่องต่างๆ ได้ทรัพย์ ได้ตำแหน่งที่รอคอย ได้งานที่อยากได้ ทั้งหมดไปปนเปกับคำว่าความสุขกันหมดเลย เข้าใจว่าสิ่งที่ได้มาเหล่านั้นทำให้มีความสุข เช่น เข้าใจว่าเมื่อมีเงินแล้วจะมีความสุข

ในความเป็นจริง "เงิน" ให้ความสะดวกครับ ไม่ใช่ความสุข เพราะหลายคนที่มีเงินมากมายแต่เป็นทุกข์กันเกือบจะทุกคนด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าเราไปยึดติดในวัตถุทั้งหลายซึ่งรวมทั้งเงินด้วยนั้นรับรองคุณได้ความทุกข์แน่ และจะไม่มีวันมีความสุขเลย นั่นแหละคนเราจึงไม่สามารถรักษาอารมณ์ให้เบาสบายได้เลยจึงทำให้เครียด

การรักษาอารมณ์เบาสบายคือการรักษาความสุขให้คงอยู่ในจิต ดังนั้นความสุขก็คือการรักษาจิตไม่ให้มัวหมอง เนื่องจากจิตเดิมของทุกคนนั้นใสบริสุทธิ์เรียกว่าจิตประภัสสร แต่เศร้าหมองหรือมัวหมองเพราะปล่อยให้กิเลสมันจรเข้ามาคลอบงำจิต จิตจึงไม่ประภัสสรอีกต่อไป เปรียบจิตได้เหมือนกระจกส่องหน้า กระจกธรรมดามันใสๆอยู่ไม่ได้หมองอะไร แต่ถ้าเอาแป้งหอมกระปุกละพันบาทไปทามันก็หมองใช่ไหม? อันนี้เรียกว่าหมองอย่างหอม เปรียบได้กับเมื่อได้สิ่งที่ดีเป็นที่พอใจทั้งหลายซึ่งก็เป็นกิเลสอย่างหอมนั่นเอง ทีนี้ลองเอาขี้โคลนมาทากระจกบ้าง มันก็หมองเหมือนกันใช่ไหมแต่ที่นี้เป็นหมองอย่างเหม็นสกปรก ก็เปรียบได้เหมือนกับได้สิ่งที่ไม่ดีไม่พอใจเข้ามาในชีวิต

ดังนั้นไม่ว่าจิตจะดีใจหรือไม่พอใจมันก็หมองเหมือนกันทั้งสิ้นเพราะกิเลสที่มันเข้ามาคลอบงำจิตนั่นเอง นี่คือสิ่งที่คุณยังไม่สามารถรักษาอารมณ์ให้เบาสบายได้เพราะจิตคุณมัวแต่หมองอย่างหอมบ้าง บางทีก็หมองอย่างเหม็นไปทั้งวันและทุกวันเพราะคุณยังมีความยึดมั่นถือมั่นอยู่

ลองมาทำวิธีใหม่ดู ไม่ว่าคุณจะทำงานหาเงิน ดูแลครอบครัว ดูแลทรัพย์สมบัติ หรืออะไรก็ตาม ให้เอาสติกำหนดรู้เรื่องเหล่านั้นทีละเรื่อง ลองอยู่กับปัจจุบันดูบ้างโดยไม่ให้นึกถึงอดีตที่ผ่านไปแล้วและไม่ให้นึกถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เป็นการระวังจิตไม่ให่ฟุ้งซ่านนั่นเอง ทำบ่อยๆ ทำตลอดเวลา อยู่กับปัจจุบันที่คุณกำลังทำทุกกิจกรรมเท่านั้น

เมื่อคุณพยายามไปเรื่อยๆ ได้บ้างไม่ได้บ้าง เดี๋ยวฟุ้งซ่าน เดี๋ยวดึงสติมาอยู่กับตัวแล้วกำหนดอยู่กับปัจุบันใหม่ ยื้อกันอยู่อย่างนี้ร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นๆครั้งโดยคุณไม่ยอมแพ้และไม่ล้มเลิกเสียก่อน เวลาผ่านไปจิตคุณจะถูกฝึกจนเริ่มชินที่อยู่กับปัจจุบัน คุณก็จะมีสติอยู่กับปัจจุบันได้นานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นปัจจุบันไปเสียหมด นั่นแหละ "ความสุข" ที่แท้จริงที่คุณได้รับจากธรรมชาติ หรืออาจเรียกว่าพระธรรม หรือจะเรียกว่าพระเจ้าอะไรก็ได้ทั้งนั้น เพราะธรรมชาติ พระธรรม หรือพระเจ้ามันเป็นสิ่งเดียวกันทั้งนั้น คนเราเอามาเรียกให้มันแบ่งพรรคแบ่งพวกกันไปเอง สำหรับผมรู้ว่าเป็นสิ่งเดียวกันจึงไม่ต้องขัดแย้งกัน

คุณลองทำดู ถ้าคุณทำได้คุณจะตอบกับตัวเองได้ว่าความสุขที่แท้จริงมันคืออะไร ก้าวหน้าอย่างไรหรือขัดแย้งในใจอย่างไรก็ว่ามา ผมจะแนะนำให้....ขอขอบคุณ